เรื่องราวน่าสนใจ แสตมป์ชุดแรกของไทย

แสตมป์ ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกลดความสำคัญไปอย่างน่าใจหายทีเดียว ยิ่งเดี๋ยวนี้เราติดต่อสื่อสารกันผ่านระบบดิจิตอลแทนระบบอนาล็อคอย่างเดิม ทำให้การใช้แสตมป์ลดน้อยลงไป ยิ่งปัจจุบันการติดแสตมป์ใช้ระบบออนไลน์แทนหมด ยิ่งทำให้แสตมป์กลายเป็นของสะสมแทนที่จะใช้งานจริงไปเสียแล้ว ทำให้แสตมป์ที่ออกมาในปัจจุบันนี้มีเพื่อนักสะสมเท่านั้น วันนี้เราจะย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดแสตมป์ชุดแรกในไทยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

ต้นกำเนิดไปรษณีย์ ต้นกำเนิดแสตมป์

เรื่องต้นกำเนิดแสตมป์ไทยนั้นต้องย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดไปรษณีย์ไทยด้วย เราตั้งต้นกิจการไปรษณีย์ไทยตั้งแต่พ.ศ.2426 พอตั้งต้นกิจการดังกล่าวได้ก็ทำให้มีการสร้างชุดแสตมป์ไทยขึ้นมาใช้ด้วยเพื่อให้การส่งจดหมาย สื่อสารกันสามารถทำได้จริง

แสตมป์โสฬศ

สำหรับแสตมป์ชุดแรกของไทยนั้น มีชื่อว่า แสตมป์โสฬศ ชื่อนี้มาจากราคาขั้นต่ำสุดต่อดวงของแสตมป์ชุดนี้ที่มีราคาเพียงแค่ 1 โสฬศเท่านั้น (เทียบได้เท่ากับ 1/128 บาท) คำว่า โสฬส นั้นตอนแรกเริ่มที่ใช้เขียนสะกดว่า โสฬศ ตามประวัติศาสตร์ ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คำว่า โสฬส แปลาว่า สิบหกที่หมายถึงค่าเงินในสมัยโบราณเรียกว่า 16 โสฬส เป็นเงิน 1 เฟื้อง แต่ชุดแสตมป์ชุดดังกล่าวไม่ได้แค่ราคา 1 โสฬส อย่างเดียวมีราคาอื่นด้วยอีก 6 ราคา ไม่ว่าจะเป็น อัฐ เสี้ยว ซีก เฟื้อ และ สลึง (ตรงนี้มีเกร็ดเล็กน้อยนิดหนึ่ง ตอนนั้นชุดนี้แสตมป์ราคา 1 เฟื้องไม่ได้ทำออกมาใช้งานจริง เนื่องจากผู้ผลิตส่งแสตมป์มาไม่ทัน ต่อจากนั้นทางการยกเลิกหน่วยเงินเฟื้องเลยทำให้แสตมป์แบบเฟื้องไม่ได้ออกมาใช้จริง)

หน้าตาของชุดแสตมป์โสฬส

ชุดแสตมป์ดังกล่าว การออกแบบได้รับอิทธิพลมาจากแสตมป์อังกฤษที่เข้ามาวางรากฐานด้านการสื่อสารไว้กับไทยก่อนหน้านี้แล้ว โดยรูปแบบของชุดแสตมป์จะมีหน้าตาดังนี้ ภาพพื้นหลังตรงกลางจะเป็นภาพพระพักตร์ของรัชกาลที่ ๕ หันข้าง อยู่ในกรอบวงรี (ยกเว้นสลึงหนึ่งจะอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม) ไม่มีชื่อประเทศ ไม่มีพื้นกาวด้านหลัง ด้านบนเขียนหน่วยราคาเอาไว้ แล้วทั้งสี่มุมจะเขียนด้วยเลขหนึ่งไทย แต่หากเป็นราคาซีกหนึ่ง จะเขียนราคาด้านใต้ภาพ ส่วนสลึงหนึ่งจะเขียนด้านบนใช้กรอบเป็นสี่เหลี่ยม โดยแสตมป์ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็นสีตามลำดับดังนี้ น้ำเงิน ชมพู แดงอิฐ เหลือง และส้มอ่อน ส่วนขนาดสลึงหนึ่งจะพิเศษกว่าหน่อยเพราะว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าแบบอื่นเล็กน้อย

ส่วนตัวเฟื้องหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้งานจริง ก็จะมีลวดลายออกแบบที่แตกต่างออกไป กล่าวคือ ตรงกลางเป็นพระพักตร์รัชกาลที่ ๕ แบบหันข้าง อยู่ในกรอบวงรีรูปไข่เหมือนเดิม แต่ว่าจะมีกรอบสี่เหลี่ยมครอบทับอีกชั้นหนึ่ง ในกรอบสี่เหลี่ยมจะมีลวดลายดอกไม้ ด้านล่างจะมีคำว่า เฟื้องหนึ่งตรงกลาง ตัวแสตมป์จะเป็นสีส้มอิฐคล้ายราคาเสี้ยวแต่สีจะอ่อนกว่าเล็กน้อย

การเปลี่ยนแปลงแสตมป์โสฬส

แม้ว่าแสตมป์โสฬสจะเป็นชุดแรกที่เปิดขึ้นมา แต่แสตมป์ชุดดังกล่าวก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงจนต้องยกเลิกไป เนื่องจากแสตมป์ชุดนี้เราสามารถนำมาใช้เพื่อเป็นหลักฐานในการสื่อสารภายในประเทศได้เลย แต่ถ้าเป็นการติดต่อต่างประเทศแสตมป์ชุดดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากตอนนั้นไทยเราเข้าเป็นสมาชิกหน่วยงานสากลทางด้านการสื่อสารทำให้ต้องมีการปรับแสตมป์ให้เข้ากับหลักเกณฑ์สากลเพื่อให้คนไทยสามารถส่งจดหมายไปต่างประเทศได้ จุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงเลยก็คือแสตมป์โสฬสไม่มีเลขราคาเป็นเลขอาราบิค ไม่มีชื่อประเทศ จนทำให้กรมไปรษณีย์โทรเลขต้องสั่งแสตมป์ชุดใหม่เข้ามาเพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์สากลมากขึ้น ส่วนแสตมป์โสฬสก็ค่อยทยอยยกเลิกไปในที่สุด ปัจจุบันชุดแสตมป์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่หายากมากในหมู่นักสะสมด้วยกัน สำหรับใครที่อยากเห็นก็กดค้นหาดูภาพจากกูเกิ้ลได้เลย ส่วนของจริงอาจจะต้องไปดูจากพิพิธภัณฑ์แสตมป์ไทยจะดีกว่า

ย้อนดูแสตมป์ที่ระลึก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

แสตมป์เชื่อว่าใครหลายคนรู้จักมันอย่างแน่นอน เราอาจจะรู้จักสิ่งนี้ในฐานะใบเสร็จตัวแทนค่าใช้จ่ายในการสื่อสาร ส่งจดหมาย ส่งพัสดุ แต่อีกความหมายหนึ่งแสตมป์ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้วยเหมือนกันตัวหนึ่ง อย่างเรื่องราวในบ้านเราเหตุการณ์สำคัญก็มักจะถูกบันทึกผ่านแสตมป์ตามวาระโอกาสพิเศษแตกต่างกันไป พิธีบรมราชาภิเษก ก็ได้มีโอกาสอยู่ในแสตมป์นั่นด้วยเช่นกัน

กว่าจะได้มาเป็น แสตมป์

ต้องบอกก่อนว่าแม้เราจะมีแสตมป์มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ ๕ แต่การจะมีแสตมป์ชุดพิเศษสำหรับการบันทึกเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทยอย่าง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก นั้นต้องผ่านกาลเวลามาถึง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ ๙ เลย ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าเทคโนโลยีการทำภาพบนแสตมป์ยังไม่สมบูรณ์ดีพอ เกรงว่าภาพที่ออกมาจะไม่สมพระเกียรติ จึงยังไม่ได้จัดทำ จนกระทั่งมาถึงพระราชพิธีราชาภิเษกของรัชกาลที่ ๙ จึงจัดทำได้

แสตมป์ชุดแรกสำหรับพิธีบรมราชาภิเษก

หลังจากได้มีการจัดงานพระบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๙ ขึ้นมา ทางกรมไปรษณีย์ได้จัดทำแสตมป์เกี่ยวกับพระราชพิธีดังกล่าวมากมาย โดยแสตมป์ชุดแรกที่เป็นแสตมป์สำหรับการเก็บสะสมที่ระลึกของพิธีนี้จะเป็นแสตมป์แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้ภาพเหมือนกันแตกต่างกันเป็น 8 สีตามราคาของแสตมป์ ชุดนี้ด้านในฝั่งหนึ่งจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ อยู่ในกรอบวงรี มีตราอยู่ทางด้านบน จากนั้นด้านบนจะมีการเขียนคำว่า บรมราชาภิเศก คู่กับภาษาอังกฤษ ตรงกลางเป็นภาพพระบรมมหาราชวัง ด้านล่างเป็นคำว่าประเทศไทย THAILAND แล้วก็มุมล่างซ้ายขวาเป็นการบอกราคาตามลำดับ

แสตมป์ชุดพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก

ต่อจากนั้นในปี 2531 ได้มีการจัดสร้างแสตมป์ขึ้นมา 3 ชุดด้วยกัน ชุดแรกเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ในฉลองพระองค์ชุดบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ด้านล่างของภาพจะมีพระบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ด้านล่างของแสตมป์จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นของแสตมป์ชุดนั้น ทั้งชื่อประเทศ ราคา

ชุดที่สองจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ โดยจะมีทั้งหมด ๕ ภาพด้วยกัน (พระมหาพิชัยมกุฏ, พระแสงขรรค์ชัยศรี, ธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์, พระวาลวิชนี, ฉลองพระบาททองคำ) แสตมป์ดวงละสองบาท

ชุดที่สามจะคล้ายกับชุดที่สอง แต่เปลี่ยนหัวข้อมาเป็นภาพของพระที่นั่ง และพระแท่น ชุดนี้มีทั้งหมด ๖ ภาพด้วยกันได้แก่ พระที่นั่งอัฐทิศอุทรมพรราชอาสน์, พระที่นั่งภัทรบิฐ, พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาส์นบนพระราชบัลลังก์, พระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุข, พระที่นั่งพุดตานถม

แสตมป์ชุดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

นอกจากงานพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว กรมไปรษณีย์ไทย ได้จัดทำแสตมป์ที่ระลึกเกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ ของรัชกาลที่ ๙ อีกหลายครั้ง อย่างในปี 2539 ได้มีการจัดแสตมป์ที่ระลึกออกมาโดยมีทั้งหมด 5 ชุดด้วยกัน ชุดที่ 1 มีเพียงภาพเดียว เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ ๙ ในฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตากรณ์ เป็นแสตมป์ดวงละ 100 บาท พิมพ์ที่ประเทศฝรั่งเศส ชุดที่ 2 เป็นภาพเหตุการณ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นดวงแสตมป์ราคาดวงละ 3 บาท ชุดที่ 3 เป็นชดภาพเครื่องอิสริยราชูปโภคประจำพระองค์ มีทั้งหมด 3 ภาพด้วยกัน ชุดที่ 4 เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ชุดที่ 5 เป็นภาพเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ผ่านหน้าต่างของแสตมป์ไทย ใครสนใจก็ลองไปหาดูกันได้ในกูเกิ้ล หรือ ไปดูพิพิธภัณฑ์แสตมป์ได้