How-to-stamp

ติดแสตมป์อย่างไรให้จดหมายถึงผู้รับ

การเขียนจดหมาย เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งที่คนยุคสมัยก่อนให้การยอมรับเป็นอย่างมาก เพราะสมัยก่อนนั้นไม่มีเทคโนโลยีเหมือนกับปัจจุบัน เมื่อก่อนจะสื่อสารกันแต่ละทีก็จะมีเหมือนหนังโบราณเก่าๆ ที่เราดูๆ กัน เช่น ใช้นกสื่อสาร โทรเลข ไปมาหาสู่กัน และฝากบอกกันปากต่อปาก ซึ่งแต่ละวิธีนั้นดูยากเย็นซะเหลือเกิน ทางการไปรษณีย์ไทยจึงมีบริการในส่วนของจดหมายขึ้นมาเพื่อให้การเขียนจดหมายนั้นเป็นหนึ่งวิธีของการสื่อสาร เพื่อให้การส่งสารหรือข้อมูลนั้นถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถเขียนไปเท่าไหร่ก็ได้ไม่ได้จำกัดความ เหมือนกันโทรเลขที่บางทีต้องบอกแต่ส่วนสำคัญ ใช้นกสื่อสาร เขียนข้อมูลมากๆ นกก็บินไม่ขึ้น ไปมาหาสู่กันก็เปลืองทั้งเงินและเวลา จะฝากคนบอกข่าวปากต่อปาก ข้อมูลนั้นก็อาจจะเปลี่ยนไปจากเดิม การส่งจดหมายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบอกข่าวจากอีกคนไปถึงอีกคน

การส่งจดหมายนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องละเอียดมากๆ คือจ่าหน้าซอง ที่อยู่ต้องถูกต้องครบถ้วน รหัสไปรษณีย์ห้ามผิดเด็ดขาด และจดหมายทุกซองต้องมีชื่อผู้ส่ง และผู้รับพร้อมกับติดแสตมป์ที่มุมบนขวาของจดหมายให้เรียบร้อย การติดแสตมป์บนจดหมายนั้นไม่ใช่ว่าจะติดกี่บาทตามใจฉันก็ได้ คุณต้องดูด้วยว่าสิ่งที่คุณส่งไปนั้นน้ำหนักเท่าไหร่ เพราะทางไปรษณีย์ไทย จะไม่ยึดในส่วนของระยะทาง แต่เข้าจะยึดในส่วนของน้ำหนักของที่ถูกส่งออกไปให้ยังผู้รับ ซึ่งแสตมป์ของไปรษณีย์ไทยนั้นจะมีราคาที่ต่างกัน และใช้งานไม่เหมือนกัน

แสตมป์ของไปรษณีย์ไทยจะมีอยู่ 4 ราคา คือ 3 บาท 5บาท 9 บาท และ 15 บาท ซึ่งแต่ละราคานั้นจะถูกใช้งานตามน้ำหนักของผู้ส่งว่าส่งพัสดุน้ำหนักเท่าไหร่นั่นเอง น้ำหนักในการส่งของทางไปรษณีย์นั้นจะถูกคิดเป็นกรัม ก่อนที่จะส่งพัสดุทางที่ดีผู้ส่งควรที่จะเตรียมชั่งน้ำหนักมาให้เรียบร้อยเพื่อความรวดเร็วในการส่ง และจะได้เตรียมค่าใช้จ่ายได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องกลัวว่าจะนำเงินมาชำระไม่ครบตามเกณฑ์ที่ทางไปรษณีย์ไทยกำหนดไว้

 ราคาของแสตมป์ที่เอาไว้ใช้สำหรับการส่งพัสดุมีดังนี้

  • แสตมป์ 3 บาท ใช้สำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 0 กรัม จนไปถึง 20 กรัม
  • แสตมป์ 5 บาท ใช้สำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 21 กรัม จนไปถึง 100 กรัม
  • แสตมป์ 9 บาท ใช้สำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 101 กรัม จนไปถึง 250 กรัม
  • แสตมป์ 12 บาท ใช้สำหรับพัสดุที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 251 กรัม จนไปถึง 500 กรัม

ในปัจจุบันนี้การส่งจดหมายอาจจะไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนัก แสตมป์ของจดหมายเลยอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งาน อาจจะสามารถใช้ได้เป็นบางโอกาสดังนั้นความรู้เกี่ยวกับการติดแสตมป์ก็ยังถือเป็นเรื่องสำคัญอยู่นั่นเอง

Stamp-of-significance

แสตมป์ มีความสำคัญและเกิดขึ้นได้อย่างไร?

แสตมป์ หรือตราไปรษณีย์ยากร เป็นเอกสารเพื่อยืนยันว่าได้ชำระค่าบริการของทางไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว รูปแบบของแสตมป์จะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมมีลวดหลายและขนาดที่หลากหลาย การติดแสตมป์บนจดหมายนั้นต้องติดมุมบนด้านขวามือของจดหมาย ส่วนใหญ่แสตมป์นั้นจะผลิตออกมาเป็นแผ่นๆ ซึ่งแต่ละแผ่นนั้นจะมีแสตมป์อยู่จำนวนประมาณ 20 จนถึง 120 ดวง ด้านหลังของแสตมป์จะถูกเคลือบด้วยกาว ส่วนกระดาษนั้นจะเป็นกระดาษที่มีสิ่งเจือปนชนิดพิเศษที่ยากต้องการปลอมแปลง เช่น ลายน้ำ เป็นต้น

ประเภทของแสตมป์

เราสามารถแยกประเภทของแสตมป์ได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ แสตมป์ที่ใช้สำหรับติดจดหมายทั่วไป กับแสตมป์ที่ระลึก ซึ่งในบางโอกาสก็จะมีแสตมป์พิเศษที่ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้นมาให้โอกาสสำคัญต่างๆ นั้นเอง

  • แสตมป์ทั่วไป เป็นแสตมป์สำหรับใช้งานกับจดหมายเป็นส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นแสตมป์ประเภทแรกที่ถูกจัดทำขึ้นมา ซึ่งแสตมป์ทั่วไปนั้นจะมีหลากหลายราคาเพราะในการส่งไปรษณีย์ที่แตกต่างกันในเรื่องของระยะทาง ระยะเวลาการส่ง น้ำหนัก หรือแม้กระทั่งการรับประกันการสูญหายของพัสดุที่นำไปส่ง รูปภาพของแสตมป์นั้นอาจจะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน เพราะการผลิตแต่ละครั้งนั้นจะผลิตตามจำนวนความต้องการ หรือจำนวนบริการที่คาดว่าจะใช้เยอะ ส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆ นั้นจะเป็นแสตมป์รูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตรในแบบต่างๆ ผลไม้ สัตว์ ดอกไม้ รูปธง และช้าง
  • แสตมป์ที่ระลึก เป็นแสตมป์ที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาในโอกาสที่สำคัญต่างๆ และจำนวนที่พิมพ์นั้นจะมีจำนวนจำกัด หมดแล้วคือหมดเลยและจะไม่มีการพิมพ์เพิ่ม เช่น
    • แสตมป์ที่เป็นที่ระลึกของโอกาสต่างๆ เช่น วันครบรอบของเหตุการณ์สำคัญ หรือบุคคลที่มีความสำคัญกับประเทศ
    • เป็นที่ระลึกในการจัดกิจกรรมพิเศษในประเทศ เช่น งานกาชาดไทย วันสำคัญของชาติ และวันสำคัญประจำปีต่างๆ อาทิ สงกรานต์ วันวาเลนไทน์เป็นต้น
    • ที่ระลึกในเรื่องความรู้ต่างๆ เช่น ศิลปะ แมวไทย จิตรกรรม และอุทยานเป็นต้น

แสตมป์ซื้อได้จากที่ไหนบ้าง

โดยปกติแล้วแสตมป์ในการติดซองจดหมายนั้นสามารถหาซื้อได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าขายของชำ ห้างสรรพสินค้า และที่ไปรษณีย์ไทย แต่เมื่อปี 2555 ไปรษณีย์ไทยต้องการอำนวยความสะดวกให้กับประชนจากที่เมื่อก่อนนั้นเวลาจะซื้อแสตมป์ต้องลุ้นว่าตามร้านค้าที่ไหนจะมี ห้างสรรพสินค้าก็อยู่ไกล จะไปที่ไปรษณีย์ก็ไม่สะดวก เพราะส่วนมาก็จะหยอดตู้จดหมายใกล้บ้าน ทางไปรษณีย์ไทยจึงขยายจุดขายมาที่เซเว่น อีเลฟเว่นด้วยการขายซองพร้อมส่งได้เลยโดยไม่ต้องติดแสตมป์อีกต่อไป เพราะสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แสตมป์ในการส่งจดหมายแล้ว แต่สำหรับแสตมป์ที่ระลึกยังสามารถซื้อที่ไปรษณีย์ไทยได้ หรือสามารถซื้อผ่านอินเตอร์เน็ตได้แล้วตอนนี้